6 เคล็ดลับจัดบ้านตามหลักฮวงจุ้ย ให้รับทรัพย์ต้อนรับปีใหม่


ใกล้สิ้นปีเก่า เข้าใกล้ปีใหม่ เพื่อต้อนรับปีใหม่ที่กำลังจะมาถึงกัน เพื่อเสริมมงคลเสริมความร่ำรวย โชคลาภ เงินทอง วันนี้เราจึงรวบรวมเอาเคล็ดลับจัดบ้านต้อนรับปีใหม่ตามหลักฮวงจุ้ยมาฝากกัน ให้บ้านเราปังๆ รับทรัพย์ปีหน้าให้เฮงตลอดทั้งปี 


 

1. ทำความสะอาดบ้าน ตามหลักฮวงจุ้ยมีความเชื่อว่า หากบ้านมีความสะอาดและจัดสิ่งของให้เป็นระเบียบ จะช่วยเสริมในเรื่องของโชคลาภ เงินทอง ให้ไหลมาเทมา หากบ้านรก จะทำให้โชคลาภหรือโอกาสดีๆ หลุดลอยไป

 

 

2. ซ่อมแซมบ้านที่เสียหาย ให้ตรวจเช็คบริเวณภายนอกและภายในบ้าน หากมีส่วนไหนเสียหายชำรุด ให้รีบซ่อมแซม อย่าให้บ้านเสียหายข้ามปี เช่น กระจกแตก บ้านร้าว ไฟเสีย 

 

 


3. จัดทางเข้าบ้าน ทำความสะอาดทางเข้าเพื่อต้อนรับสิ่งดีๆ เช็คแสงสว่าง เช่น หลอดไฟ กริ่ง กลอนประตู ว่ายังทำงานดีอยู่หรือไม่ หากไม่ก็ควรเปลี่ยน ถ้าสะดวก เปลี่ยนพรมผ้าเช็ดเท้าใหม่ หรือนำไปซักทำความสะอาดให้เหมือนใหม่

 

 


 



4. ประดับตกแต่งต้นไม้และดอกไม้
การทำให้บ้านมีชีวิตชีวา สดชื่น ตามหลักฮวงจุ้ยเชื่อว่าช่วยเสริมเรื่องเงินทอง ควรดูแลต้นไม้ ดอกไม้ ไม่ให้เหี่ยวเฉาหรือเหี่ยวแห้ง ถ้าหากพบว่ามีต้นไม้ตายในบ้านควรนำออกไปทิ้ง ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้

 



5. เสริมความมั่งคั่งบ้านด้วยของมงคล
เช่น เลี้ยงปลามงคล เหรียญจีนโบราณ ต้นทับทิม ต้นส้ม หรือรูปส้ม โต๊ะทรงกลม ทรงมน ของแต่งบ้านรูปหมู ช้าง การนำพัดมาตกแต่งบ้าน รูปปั้นเต่า ตุ๊กตาไก่หรือรูปปั้นไก่ ที่สื่อถึงเรื่องโชคลาภ เงินทอง

 

6. เสริมโชคลาภ เงินทอง ด้วยโทนสี สามารถตกแต่งได้ทั้งบริเวณผนัง หรือใช้ของตกแต่งต่างๆ โดยสีที่เลือกใช้แนะนำให้เป็นโทนสีตามธาตุดังนี้
  • ห้องนั่งเล่น ใช้โทน ธาตุไฟ เช่น สีแดงและสีม่วง ควรใช้สีที่สว่างสดใส เพื่อกระตุ้นให้เกิดการสื่อสารที่ดี
  • ห้องกินข้าว ใช้โทน ธาตุดิน เช่น สีทอง สีน้ำตาล หรือสีอิฐ เพื่อให้การย่อยอาหารเป็นไปได้ด้วยดี 
  • ห้องนอน ใช้โทน ธาตุโลหะ ควรทาด้วยสีขาว สีครีม และสีพาสเทลอ่อนๆ เพื่อให้นอนหลับพักผ่อนได้อย่างเต็มที่ หลีกเลี่ยงการตกแต่งด้วยลวดลายขนาดใหญ่ สำหรับห้องนอนเด็ก
  • ห้องน้ำ ใช้โทน ธาตุน้ำ ควรใช้สีฟ้าสว่าง เพราะต้องการความเงียบสงบ จึงเหมาะที่จะใช้กับห้องน้ำมากที่สุด
  • ห้องครัว ใช้โทน ธาตุไม้ ทาด้วยสีขาวแต่งแต้มสีเขียว และสีเนื้อไม้จากธรรมชาติ สีที่ดูสะอาดตาและเหมาะกับการทำอาหาร 
 
 
 
ขอบคุณที่มาของข้อมูล : https://www.sanook.com/home/14925/
<< ย้อนกลับ