ทรีโอ ร่มเกล้า
ทรีโอ ร่มเกล้า



ทรีโอ ร่มเกล้า

โครงการ Trio ร่มเกล้า จาก ธารารมณ์ เอสเตท โครงการทาวน์โฮม, โฮมออฟฟิศ, Business Home ตัวอาคาร Style Modern Natural เน้นความโปร่งโล่งภายในตัวอาคาร โครงการติดถนนใหญ่ร่มเกล้าฯ ใกล้สนามบินสุวรรณภูมิฯ ใกล้ทางด่วนมอเตอร์เวย์ ในราคาเริ่มต้น 3.29 ล้านบาท
 
ที่ตั้งโครงการ : ถนนร่มเกล้า แขวงมีนบุรี เขตมีนบุรี กรุงเทพมหานคร
 
พิกัด : 13.790028, 100.745945
 
 
แผนที่จากทางโครงการค่ะ
 
 
โครงการ Trio ร่มเกล้า เป็นโครงการทาวน์โฮม, โฮมออฟฟิศ และอาคารพาณิชย์ ตัวทำเลถือว่าออกมาทางชานเมืองพอสมควรค่ะ โดยจะถือว่าอยู่ทางเขตมีนบุรี ตั้งอยู่ติดถนนร่มเกล้า ฝั่งมุ่งหน้ารามคำแหง, สุวินทวงศ์ ระหว่างซอยร่มเกล้า 6 และ ซอยร่มเกล้า 8 ตัวถนนร่มเกล้าเป็นถนนเส้นตรงๆ มีจุดเริ่มต้นตั้งแต่ถนนสุวินทร์วงศ์ จนถึงถนนลาดกระบัง ถือเป็นถนนเส้นหลักที่เชื่อมต่อระหว่างโซนมีนบุรีและโซนลาดกระบังเข้าด้วยกัน จุดเด่นของทำเลนี้คืออยู่ใกล้นิคมอุตสาหกรรมลาดกระบัง, สถานีรถไฟฟ้า Airport Link ลาดกระบัง, ทางด่วนมอเตอร์เวย์ และในแง่ของการลงทุนทำธุรกิจเหมาะที่จะใช้เป็นออฟฟิศเพื่อดำเนินกิจการ โดยทำเลแถวนี้จะมีความนิยมในการซื้อไว้เพื่อทำเป็นออฟฟิศ อยู่ค่อนข้างเยอะ เห็นได้จากพวกโฮมออฟฟิศและทาวน์โฮมที่ทำเป็นออฟฟิศ Logistic ที่มีอยู่เยอะในโซนนี้ และเนื่องจากเป็นพื้นที่ชานเมือง อยู่ใกล้นิคม และยังพอมีที่ดินเหลือให้พัฒนา พื้นที่แถบนี้จึงดูมีอนาคตที่จะมีการพัฒนาเป็นพื้นที่รองรับการขยายตัวของเมืองและความอุดมสมบูรณ์จะมีเพิ่มขึ้นได้อีกในอนาคตค่ะ
 
การเดินทางด้วยรถสาธารณะ สะดวกพอประมาณโดยการเดินทางด้วยรถสาธารณะที่สะดวกสำหรับตอนนี้จะเป็น Taxi ที่ผ่านหน้าโครงการตลอดค่ะ นอกจากนั้นก็จะมีรถประจำทางที่มีป้ายอยู่ถัดจากหน้าโครงการไปประมาณ 85 เมตร โดยจะมีรถเมล์ผ่านดังนี้
  • รถประจำทาง สาย 151ร จากลาดกระบังไปสุดสายที่ลาดพร้าว 71
  • รถประจำทาง สาย 143 จากลาดกระบังไปสุดสายที่แฮปปี้แลนด์
นอกจากนั้นยังมีรถสองแถวสายร่มเกล้า - รามคำแหงผ่านไปมา หรืออีกตัวเลือกที่สะดวกเช่นกันคือ Airport Link โดยสถานีที่ใกล้ที่สุดจะเป็นสถานีลาดกระบังมีระยะห่างจากโครงการประมาณ 15.5 กม. ถ้านั่งรถ Taxi มาก็จะใช้เวลาประมาณ 20 นาทีค่ะ
 
และในอนาคตจะมีเส้นทางการเดินทางด้วยรถสาธารณะเพิ่มมาอีก คือ รถไฟฟ้าสายสีส้ม (ตลิ่งชัน - มีนบุรี) ซึ่งสถานีที่ใกล้ที่สุดจะเป็นสถานีสุวินทร์วงศ์ บนถนนรามคำแหง และรถไฟฟ้าสายสีชมพู (แคราย - มีนบุรี) โดยสถานีที่ใกล้โครงการที่สุดจะเป็นสถานี มีนบุรีบริเวณแยกร่มเกล้า - รามคำแหงค่ะ
 
การเดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัวจะสะดวกสำหรับโครงการนี้ที่สุดค่ะ แต่อย่างที่บอกว่าย่านนี้มีทั้งออฟฟิศ Logistic และโรงงานต่างๆ อยู่เยอะ ทำให้การจราจรค่อนข้างหนาแน่น ตัวถนนร่มเกล้าจะมีรถวิ่งเยอะทั้งรถธรรมดาและรถบรรทุกจึงทำให้บนถนนมีฝุ่นเยอะและรถค่อนข้างติดโดยเฉพาะในเวลาเร่งด่วนค่ะ
 
ตัวถนนร่มเกล้าเชื่อมต่อกับถนนหลายสายโดยเส้นทางด้านเหนือของถนนร่มเกล้าเป็นย่านมีนบุรีมีจุดตัดกับถนนรามคำแหง, รามอินทราและสุวินทวงศ์ โดยรามคำแหงนั้นใช้เดินทางไปยังบางกะปิ ถนนรามอินทราวิ่งไปทางวิภาวดีรังสิต - หลักสี่ และสุวินทวงศ์ใช้ไปยังฉะเชิงเทรา
 
ส่วนทางทิศใต้นั้นใช้เดินทางไปยังมอเตอร์เวย์และลาดกระบัง สำหรับมอเตอร์เวย์นั้นใช้เดินทางเข้าตัวเมืองไปยังพระราม 9 และทางด่วนศรีรัช ส่วนขาออกของมอเตอร์เวย์ใช้ไปยังชลบุรีจนสุดทางที่พัทยา ส่วนลาดกระบังใช้เดินทางต่อไปยังอ่อนนุช, ศรีนครินทร์ได้ค่ะ
 
นอกจากนั้นยังมีสามารถเชื่อมกับทางด่วนกาญจนาภิเษกและเส้นคู่ขนานกาญจนาภิเษกที่สามารถวิ่งเข้าถนนรามคำแหง ไปเชื่อมเส้นลาดพร้าว เสรี หรือออกมีนบุรี หนองจอก และถนนรามอินทราได้ ส่วนเส้นกาญจนาภิเษกเองวิ่งไปออกปทุมธานี รังสิต ถึงจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ส่วนถ้าเราวิ่งลงฝั่งใต้ก็จะมาเชื่อมกับถนนลาดกระบัง บางนา - ตราด ศรีนครินทร์ เทพารักษ์ สมุทรปราการค่ะ
 
 
จุดขึ้นทางด่วนที่ใกล้โครงการที่สุดจะเป็นจุดขึ้นทางด่วนกาญจนาภิเษกฝั่งลงใต้จะมีระยะทางจากโครงการประมาณ 11.7 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 17 - 30 นาทีค่ะ
 
 
จุดขึ้นทางด่วนกาญจนาภิเษกฝั่งวิ่งขึ้นไปทางเหนือ จะมีระยะห่างจากโครงการประมาณ 11 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 17 - 30 นาทีค่ะ
 
 
จุดขึ้นทางด่วนมอเตอร์เวย์ฝั่งขาเข้าเมืองจะมีระยะห่างจากโครงการประมาณ 11.3 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 18 - 35 นาทีค่ะ
 
 
ความอุดมสมบูรณ์ของโครงการนี้ในระยะเดินจะมีเวิ้งร้านสะดวกของโรงงานแถวนั้นอยู่ห่างจากโครงการประมาณ 120 เมตร ภายในจะมีร้าน Lawson 108 และร้าน Tsuruha 2 ร้าน นอกจากนี้แล้วก็จะต้องอาศัยขับรถออกมาไกลหน่อย โดยความอุดมสมบูรณ์ในละแวกนี้ส่วนใหญ่จะเป็นพวกตลาด ทั้งตลาดสด ตลาดนัด ที่ใกล้โครงการที่สุดจะเป็นตลาดนัดทวีทรัพย์พลาซ่า ห่างจากหน้าโครงการไปประมาณ 350 เมตร (ซึ่งจริงๆ ใครจะเดินก็ได้ แต่ระหว่างทางจะเป็นฟุตบาทโล่งๆ เดินตอนกลางวันค่อนข้างร้อน ตอนกลางคืนก็อาจจะค่อนข้างเปลี่ยวไปหน่อยสำหรับสาวๆ ค่ะ) นอกจากนั้นจะมีความอุดมสมบูรณ์ในซอยเคหะร่มเกล้าซึ่งเป็นชุมชนดั้งเดิม ภายในซอยจึงมีตลาดอยู่เยอะ ทั้งตลาดบวรร่มเกล้า, ตลาดกลางนครร่มเกล้า, ตลาดกรชัย, ตลาดเกรียงไกร, ตลาดกรชัย และ Hyper Market คือ Big C หรือจะมาทางฝั่งถนนเจ้าคุณทหารและฉลองกรุงก็จะมีตลาดจตุจักรร่มเกล้า และ Community Mall หลายแห่ง เช่น iPlace, Paseo เป็นต้น นอกจากนั้นก็จะมีความอุดมสมบูรณ์ทางฝั่งถนนลาดกระบังเพราะเป็นแหล่งสถานศึกษาคือ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบังค่ะ โดยรอบๆ จะมีทั้งโรงพยาบาลลาดกระบัง, โรงพยาบาลจุฬารัตน์ 7, ร้านอาหารเล็กใหญ่ และตลาดนัดขนาดใหญ่คือตลาดนัดสุวรรณภูมิ และห้างใหญ่ที่ใกล้โครงการที่สุดจะเป็น The Mall บางกะปิ, Paradise และ Seacon ศรีนครินทร์ และ The Mall รามคำแหงค่ะ
 
การเดินทาง
 
 
การเดินทางในวันนี้เราจะเริ่มต้นจากบริเวณแยกทางต่างระดับทับช้าง บนทางมอเตอร์เวย์มุ่งหน้าชลบุรี แล้วเบี่ยงออกซ้ายบริเวณก่อนถึงแยกทางต่างระดับร่มเกล้าเพื่อออกไปบนถนนร่มเกล้า ขับตรงไปบนถนนร่มเกล้าฝั่งมุ่งหน้าแยกรามคำแหง - ร่มเกล้า ผ่านแยกเคหะร่มเกล้า ผ่านซอยร่มเกล้า 36 มาอีกหน่อยก็จะเห็นโครงการทางซ้ายมือ
 
สรุปการเดินทาง แยกทางต่างระดับทับช้าง > เบี่ยงซ้ายก่อนถึงแยกทางต่างระดับร่มเกล้า > ถนนร่มเกล้า > แยกเคหะร่มเกล้า > Trio ร่มเกล้า
 
 
เริ่มต้นการเดินทางบนทางด่วนมอเตอร์เวย์ ฝั่งมุ่งหน้าชลบุรี บริเวณก่อนถึงแยกทางต่างระดับทับช้างนิดหน่อย จากตรงนี้เราสามารถเบี่ยงซ้ายเพื่อเข้าถนนกาญจนาภิเษก ไปบางปะอิน และบางนาได้ เลยแยกมาหน่อยจะเห็นป้ายบอกทางไปถนนร่มเกล้า เราก็ขับตรงตามทางไปเรื่อยๆ ค่ะ
 
 
เมื่อขับมาจนเกือบๆ ถึงแยกทางต่างระดับร่มเกล้าจะเห็นทางแยก มีป้ายเบี่ยงซ้ายเพื่อออกไปถนนร่มเกล้า เราก็ชิดซ้ายออกตามป้ายไปเลยค่ะ
 
 
เบี่ยงซ้ายออกมาจะเจอทางแยก ให้เราออกซ้ายอีกทีค่ะ ส่วนทางขวาจะมุ่งหน้าไปคลังสินค้าของสนามบินสุวรรณภูมิ
 
 
ออกซ้ายมาแล้วจะเจอไฟแดงให้เราเลี้ยวขวา
 
 
ออกขวามาแล้วเราตรงมาเรื่อยๆ โดยขับชิดเลนซ้ายไว้ค่ะ เพราะเราต้องเบี่ยงซ้ายอีกทีเพื่อออกไปบนถนนร่มเกล้า
 
 
ตรงตามทางบนถนนร่มเกล้ามาเรื่อยๆ จะถึงแยกไม่มีชื่อ จากตรงนี้ถ้าเราเลี้ยวซ้ายจะเข้าถนนพัฒนาชนบท 3 สามารถใช้ไปศรีนครินทร์ได้ และในอนาคตจะมีทำทางเชื่อมต่อไปถึงถนนกรุงเทพกรีฑาค่ะ ส่วนถ้าออกทางขวาจะเข้าถนนเจ้าคุณทหาร สามารถใช้ไปถนนฉลองกรุงได้ค่ะ
 
 
เราขับตรงตามทางมาเรื่อยๆ จนเห็นปั๊ม Caltex ทางซ้ายมือ ก็แสดงว่าเราถึงซอยร่มเกล้า 8 ใกล้จะถึงโครงการแล้วค่ะ
 
 
ผ่านโรงงานไทยออสนอวร์มาก็จะถึงโครงการ Trio ร่มเกล้า แล้วค่ะ
 
 
ถนนและแยกที่สำคัญรอบโครงการ
  • ถนนเจ้าคุณทหาร 7 กม.
  • แยกเคหะร่มเกล้า 5 กม.
  • ถนนเคหะร่มเกล้า 5 กม.
  • มอเตอร์เวย์ 10.5 กม.
  • ทางด่วนกาญจนาภิเษก 11 กม.
  • ถนนฉลองกรุง 12.2 กม.
  • แยกเจ้าคุณทหาร 7 กม.
  • ถนนรามคำแหง 2.7 กม.
  • ถนนเสรีไทย 6.2 กม.
  • ถนนลาดกระบัง 12.1 กม.
 
สถานที่สำคัญรอบๆ โครงการ
  • สวนพระนคร 15.7 กม.
  • สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง 15.9 กม.
  • ตลาดบวรร่มเกล้า 6.2 กม.
  • ตลาดกรชัย 7 กม.
  • ตลาดกลางนครร่มเกล้า 7.2 กม.
  • ตลาดเกรียงไกร 7.9 กม.
  • ตลาดนัดสุวรรณภูมิ 14.5 กม.
  • ตลาดลานบุญ 14.9 กม.
  • BigC 7.9 กม.
  • The Paseo 12.8 กม.
  • iPlace 12.9 กม.
  • The Mall บางกะปิ 15.7 กม.
  • The Mall รามคำแหง 2 18.3 กม.
  • Seacon Square 21.8 กม.
  • Paradise Park 23 กม.
  • รพ.ลาดกระบัง 14.9 กม.
  • รพ.จุฬารัตน์ 7 15 กม.
รอบๆ โครงการ
 
 
สภาพแวดล้อมรอบๆ โครงการทั้งหมดเป็นสิ่งก่อสร้างแนวราบ โดยส่วนใหญ่จะเป็นที่ดินเปล่าและโรงงานขนาดกลางถึงใหญ่ และที่ดินโดยรอบโครงการ
  • ทิศเหนือติดกับศูนย์กระขายสินค้า
  • ทิศใต้ติดกับโรงงานออสนอวร์ เป็นโรงงานผลิตชิ้นส่วนเครื่องปรับอากาศ
  • ทิศตะวันออกหรือหน้าโครงการติดกับถนนร่มเกล้า ตรงข้ามมีปั๊ม LPG และที่ดินเปล่า
  • ทิศตะวันตกติดกับที่ดินเปล่าค่ะ
ตัวโครงการ
 
 
โครงการ Trio ร่มเกล้า เป็นโครงการที่รวมทาวน์โฮม, โฮมออฟฟิศ และอาคารพาณิชย์ ไว้ในที่เดียวกัน โดยตัวโครงการจะแบ่งโซนอาคารแต่ละแบบค่อนข้างชัดเจน เราสามารถดูจากแปลนโดยจะเห็นว่าทางเข้าของโครงการติดกับถนนร่มเกล้า
 
พื้นที่หน้าโครงการก่อนผ่านป้อมรปภเข้าไปจะเป็นส่วนของอาคารพาณิชย์ (ซึ่งตอนนี้ขายไปหมดเกลี้ยงแล้ว) และสำนักงานขาย เข้ามาด้านในผ่านป้อม รปภ. เข้าไปแล้วจะเจอกับถนนซอยกว้าง 12 เมตร ซึ่งถนนหลักแบ่งเป็น 2 เส้น เส้นที่ตรงเข้ามาจากทางเข้าจะเป็นส่วนของโฮมออฟฟิศ และซอยทางขวามือจะเป็นส่วนของทาวน์โฮมกว้าง 9 เมตรค่ะ ลักษณะการวางอาคารจะวางหันหน้าเข้าหากัน ส่วนกลางของโครงการนี้จะมีเพียงแค่สวนสาธารณะที่เดียวอยู่บริเวณหน้าโครงการ โดยขนาดสวนสาธารณะจะมีพื้นที่ประมาณ 272.1 ตารางวาค่ะ
 
แบบบ้าน
บ้านตัวอย่าง
 
เราจะพาไปดูในส่วนของโฮมออฟฟิศ โดยทั่วไปแล้วลักษณะของโฮมออฟฟิศ จะทำมาให้เป็นพื้นที่โล่งๆ เผื่อไว้สำหรับกั้นห้องเพิ่มเติม เพื่อตกแต่งให้เป็นออฟฟิศตามแบบของผู้อยู่อาศัย โดยในบ้านมาตรฐานจะได้เป็นบ้านเปล่าพื้นปูกระเบื้องแกรนิตโต้ขนาด 60 x 60 cm ผนังฉาบเรียบทาสีทั้งหลัง และพื้นที่ส่วน Pivate หรือห้องนอนจะเป็นพื้นปูลามิเนต
 
สำหรับแปลนบ้านโฮมออฟฟิศจะมีทั้งหมด 3 ชั้นครึ่ง คือจะเป็นพื้นที่เต็มชั้น 3 ชั้น และมีชั้นลอยระหว่างชั้น 1 กับชั้น 2 พื้นที่ด้านหน้าระหว่างชั้น 1 กับชั้นลอยจะทำเป็นโถงโล่งทำให้พื้นที่ออฟฟิตส่วนหน้าได้ Double Volume Space เพิ่มช่วยให้ตัวออฟฟิศดูมีความโปร่งและดูมีความโอ่อ่ามากขึ้น
 
ตัวบ้านชั้น 1 เมื่อเข้ามาด้านในจะเจอที่จอดรถขนาด 2 จอดและเฉลียงก่อนทางเข้าบ้าน เมื่อเข้าไปในบ้านจะเจอกับส่วนที่เป็นโฮมออฟฟิศ พื้นที่ตรงนี้เราสามารถที่จะจัดเฟอร์นิเจอร์เองได้ทั้งเป็นส่วน Reception, เปิดเป็นหน้าร้านหรือจะจัดเป็นส่วนทำงานก็ได้ค่ะ ถัดไปด้านหลังจะเป็นบันไดขึ้นชั้น 2 และห้องน้ำรับรองของชั้น 1 โดยห้องน้ำรับรองนี้จะเป็นห้องน้ำที่ไม่มีพื้นที่อาบน้ำแต่จะรองรับทั้งชายและหญิงโดยจะมีทั้งโถสุขภัณฑ์มาตรฐานและโถปัสสาวะชายเพิ่มเข้ามาด้วย ออกไปทางด้านหลังอีกจะเป็นส่วนของลานซักล้าง สามารถจัดสวนหรือทำเป็นมุมผ่อนคลายสำหรับพนักงานได้ค่ะ
 
ขึ้นมาที่ชั้นลอยจะเป็นโถงโล่ง สามารถมองเชื่อมโยงไปยังพื้นที่ออฟฟิศด้านล่างได้ สำหรับการใช้สอยพื้นที่บนชั้นลอยนี้ทางโครงการทำแนวทางมาให้ดูเป็นพื้นที่สำหรับพักผ่อนของพนักงาน อาจจะมีครัวเล็กๆ และโต๊ะสำหรับนั่งทานอาหารซัก 3 - 4 ที่นั่งกำลังดี แต่ถ้ามีพนักงานเยอะก็ควรเพิ่มจำนวนที่นั่งไปอีกค่ะ
 
ขึ้นมาที่ชั้น 2 จะไปโถงโล่งเช่นกัน โดยชั้นนี้จะมีความเป็นส่วนตัวเพิ่มขึ้นมาอีกระดับ จึงเหมาะที่จะทำเป็นที่นั่งทำงานของพนักงานหรือจะทำเป็นห้องประชุมก็ได้ เพราะว่าส่วนใหญ่แล้วจะใช้รองรับผู้ที่อยู่ประจำหรือลูกค้าคนสำคัญๆ ที่สามารถขึ้นมาจนถึงชั้น 2 ได้ นอกจากนั้นชั้นนี้ก็จะมีห้องน้ำที่มีทั้งส่วนแห้งส่วนเปียกคือมีห้องอาบน้ำรวมอยู่ด้วย สามารถให้พนักงานใช้อาบน้ำได้ถ้าเกิดว่าต้องอยู่ค้างคืนที่บริษัท
 
ขึ้นมาที่ชั้น 3 ชั้นนี้จะเป็นส่วนที่เรียกว่ามีความเป็นส่วนตัวมากที่สุด ส่วนใหญ่ถ้าเจ้าของบ้านใช้บ้านหลังนี้เป็นทั้งที่ทำงานและที่อยู่อาศัยก็จะใช้ชั้นสามนี่แหละค่ะ ทำเป็นห้องนอนและพื้นที่ส่วนตัวโดยพื้นที่ของชั้นนี้จะปูด้วยลามิเนตทั้งหมดเพื่อรองรับการปรับเปลี่ยนเป็นห้องนอน พื้นที่การใช้งานของชั้น 3 จะสามารถแบ่งเป็นห้องนอนได้ 2 ห้อง คือห้องนอนส่วนหน้าบ้านและห้องนอนส่วนหลังบ้าน ขนาดของห้องทั้งสองห้องเมื่อถูกแบ่งแล้วก็ถือว่ามีขนาดที่พอใช้งานได้พอดีไม่อึดอัดจนเกินไป ซึ่งห้องนอนฝั่งหน้าบ้านจะได้พื้นที่เยอะกว่าหน่อยแล้วก็ได้ระเบียงหน้าบ้าน ส่วนห้องน้ำจะมีห้องเดียวที่ใช้ร่วมกันตั้งอยู่ตรงกลางของชั้น เป็นห้องน้ำที่เข้าได้ทั้งจากห้อง Master Bedroom และจากโถงบันได ภายในห้องน้ำแยกส่วนแห้งส่วนเปียกเรียบร้อยเพื่อรองรับการใช้งานทั้งสองห้องค่ะ
 
 
มาดูของจริง หน้าตาอาคารภายนอกสไตล์ Modern เน้นสีเทา, ขาว, ส้มเหมือนบ้านทาวน์โฮมค่ะ ภายนอกจะเห็นว่าตัวอาคารสูง 3 ชั้น มีช่องเปิดระหว่างชั้น 1 กับชั้น 2 ตรงส่วนนั้นจะเป็นช่องแสงของ Double Volume ช่วยให้แสงส่องเข้าไปถึงส่วนชั้นลอยด้วยค่ะ
 
หน้าบ้านประตูบ้านจะได้เป็นรั้วเหล็กทาสีดำบานพับสามตอน เข้ามาด้านในเจอพื้นที่จอดรถขนาด 2 จอด พื้นเป็นคอนกรีตขัดเรียบ
 
 
ก่อนทางเข้าบ้านจะมีเฉลียงกว้างประมาณ 90 cm สามารถวางตู้วางรองเท้าได้ ประตูทางเข้าหลักของบ้านจะได้เป็นชุดประตูบานเลื่อนคู่ ผสมบานฟิกซ์ บานกรอบอลูมิเนียมสีดำ กระจกเขียวตัดแสงค่ะ
 
 
เข้ามาด้านในตัวบ้านจะเจอกับพื้นที่โถงสูง ฝ้าเพดานสูงชั้นครึ่งเป็น Double Volume จากตรงนี้มองขึ้นไปด้านบนเราจะเห็นว่าเราสามารถมองเห็นพื้นที่ส่วนชั้นลอยได้ค่อนข้างชัดเจน
 
 
สำหรับในบ้านตัวอย่างทางโครงการจัดพื้นที่ชั้น 1 ให้เป็นส่วนรับรองสำหรับลูกค้าที่เข้ามาติดต่อกับบริษัท
 
 
ด้านจะเป็นห้องประชุมหรือห้องคุยงาน กั้นไว้เป็นผนังกระจกสูง ส่วนของจริงจะได้เป็นโถงโล่ง
 
 
ให้ดูการจัดพื้นที่ของส่วนห้องประชุมนะคะว่าสามารถที่จะวางม้านั่งยาวติดตามผนังได้หลายที่นั่ง พร้อมวางโต๊ะยาวตรงกลางและเก้าอี้เสริมอีก 3 - 4 ที่นั่งค่ะ
 
 
เข้ามาที่ส่วนด้านในสามารถจัดเป็นพื้นที่ทำงานออฟฟิศได้ อาจจะใช้เป็นที่ทำงานของส่วนแอดมิน เช่น เลขา, บัญชีและส่วนต้อนรับค่ะ
 
 
ส่วนอีกด้านของห้องจะมีห้องน้ำ และด้านหลังของบ้านนี้จะสามารถเชื่อมต่อไปยังเหลือซักล้างหลังบ้านได้ โดยประตูที่เชื่อมต่อพื้นที่ในบ้านและลานซักล้างหลังบ้านจะได้เป็นประตูบานเลื่อนคู่ บานกรบอลูมิเนียมสีดำ
 
 
เข้ามาด้านในเป็นห้องน้ำรับรองคือมีเฉพาะส่วนที่เป็นห้องน้ำเท่านั้น มีช่องแสง 1 จุด เป็นหน้าต่างบานกระทุ้ง ได้สุขภัณฑ์มาครบชุด มีอ่างล้างมือ, โถสุขภัณฑ์มาตรฐานและโถปัสสาวะชายค่ะ
 
 
พื้นที่ลานซักล้างด้านนอกสามารถที่จะจัดเป็นสวนพักผ่อนให้พนักงานได้ โดยขนาดลานซักล้างที่ได้ค่อนข้างกว้างสามารถที่จะวางม้านั่งได้หรือจะวางเป็นชุดโต๊ะทานกาแฟขนาดมาตรฐานก็ได้ค่ะ นอกจากนั้นเราสามารถที่จะจัด Vertical Garden ตามกำแพงซึ่งช่วยให้บรรยากาศร่มรื่นมากขึ้นและไม่เสียพื้นที่ใช้สอยค่ะ
 
 
แต่สำหรับในบ้านจริงเราจะได้เป็นพื้นปูกระเบื้องเซรามิคสีเทา พร้อมแทงค์น้ำติดตั้งมาให้เรียบร้อยแบบนี้
 
 
กลับเข้ามาได้ในตัวบ้านแล้วจะไปดูชั้นบนกันต่อค่ะ โดยราจะเห็นว่าโถงบันไดจะเปิดโล่ง สามารถมองเห็นได้ง่าย ถ้าใครที่ซีเรียสไม่อยากให้ลูกค้าเข้ามาแล้วจะต้องเห็นส่วนบันไดก็สามารถที่จะก่อผนังปิดหรือหามู่ลี่ยาวๆ สวยๆ ติดตั้งปิดไว้ก็จะช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัว แยกสัดส่วนความ Privacy ที่ชัดเจนมากขึ้นค่ะ ตัวบันไดมีเราจะเป็นเหล็กทำสีขาว มือจับไม้ขนาดพอดีมือ
 
 
ชานพักบันไดจะแบ่งเป็น 4 ตอน เป็นชานพักแบบสามเหลี่ยมทั้งหมด
 
 
ขึ้นมาที่ชั้นลอย จะเห็นว่าผนังด้านที่ติดกับส่วน Double Volume จะเป็นเพียงราวกันตกเท่านั้นซึ่งตรงนี้จะมีข้อดีตรงที่ทำให้ส่วนชั้นลอยและออฟฟิศชั้นล่างมีความโปร่งเชื่อมถึงกัน แต่ตรงนี้ถ้าใครคิดว่าจะทำให้เป็นพื้นที่พักผ่อนและไม่อยากให้ส่วนออฟฟิศมองขึ้นมาเห็น ก็สามารถที่จะปิดเป็นผนังทึบได้ แต่ก็จะทำให้เสียความโปร่งที่เป็นเอกลักษณ์ของชั้นลอยไปค่ะ
 
 
พื้นที่บนชั้นลอยจะได้ช่องแสงมาถึงจุดเปลี่ยนหน้าต่างบานเลื่อนคู่บานกอบอลูมิเนียมสีดำไฟห้องได้เป็นดาวไลท์ทั้งหมด
 
สำหรับห้องนี้ทางโครงการทำมาให้เป็นส่วน Pantry พักผ่อนของพนักงานมีการ Built - in ชุดเคาน์เตอร์ครัวพร้อมตู้เย็นและชั้นวางของด้านบนไว้ให้ดูเป็นตัวอย่าง ตรงกลางห้องวางโต๊ะทานอาหารขนาดประมาณ 6 ที่นั่งไว้ ซึ่งดูแล้วก็เหมาะสมกับพื้นที่ดีค่ะ แต่ถ้าหากว่าใครมีจำนวนพนักงานเยอะๆ และมีเวลาพักที่พร้อมกัน ก็สามารถที่จะเปลี่ยนเป็นโต๊ะกลม หรือเพิ่มความยาวโต๊ะ จะได้ที่นั่งเพิ่มขึ้น รองรับจำนวนพนักงานที่มากขึ้นได้ค่ะ
 
 
ต่อมาเราจะขึ้นไปดูบนชั้น 2 กันต่อ โดยพื้นที่โถงบันไดจะได้ช่องแสงมา 1 จุด เป็นหน้าต่างบานกระทุ้ง ช่วยให้แสงธรรมชาติส่อง มายังโถงบันไดได้ในตอนกลางวัน
 
 
ขึ้นมาที่ชั้น 2 ในบ้านตัวอย่างนี้จะจัดเป็นพื้นที่ทำงานของพนักงานแบบเต็มพื้นที่ โดยมีการกั้นโซนแยกด้วยผนังลอยเป็นกระจกใสที่จะช่วยให้โดยรวมของห้องดูไม่อึดอัดและสามารถให้ผู้บริหารตรวจสอบการทำงานของพนักงานได้ตลอดเวลาค่ะ
 
สำหรับในบ้านมาตรฐานจะได้เป็นห้องโล่งๆ มีช่องแสงขนาดใหญ่ 2 ชุด เต็มพื้นที่ฝั่งหน้าบ้านเลยค่ะ ช่วยให้แสงธรรมชาติส่องเข้าบ้านได้เยอะ แต่ในเวลากลางวันอาจจะร้อนบ้างแนะนำให้หาม่านกันยูวีหรือมู่ลี่มาติดตั้งเพิ่มเติมเพื่อลดความร้อนที่จะเข้ามาในบ้าน จะได้ช่วยให้ประหยัดค่าไฟลงไปได้นิดหน่อยค่ะ
 
ให้ดูการจัดแบ่งโซน ฝั่งซ้ายมือจะเป็นส่วนของพนักงานนั่งทำงานหันหน้าเข้าหาผนังทั้งหมดและฝั่งขวามือจะเป็นส่วนห้องของผู้บริหารทั้งสองฝั่งแยกจากกันโดยผนังกระจกกั้น
 
 
มองย้อนกลับไปดูทางฝั่งบันไดจะเห็นว่ามีช่องแสงอีก 1 จุดและทางขวามือก็จะเป็นห้องน้ำค่ะ ส่วนของห้องน้ำก็จะได้เป็นประตูบานไม้สีขาวเหมือนชั้นล่าง มือจับก้านโยก
 
 
เข้ามาด้านในห้องน้ำ พื้นปูด้วยกระเบื้องเซรามิค ได้ชุดสุขภัณฑ์ครบชุดแยกส่วนแห้งส่วนเปียกโดยจะมีห้องอาบน้ำด้วยค่ะ เวลาพนักงานต้องค้างคืนก็สามารถที่จะมาอาบน้ำที่ห้องนี้ได้ โดยชุดสุขภัณฑ์ที่ได้จะได้เป็นของ Nahm และ Karat พร้อมกระจกเงา
 
 
ส่วนห้องอาบน้ำขนาดประมาณ 0.90 x 1.4 เมตร ได้ฝักบัวและราวแขวนผ้าเช็ดตัวพร้อม 
 
 
เราจะขึ้นไปดูบนชั้น 3 ต่อ โถงบันไดที่เชื่อมระหว่างชั้น 2 และชั้น 3 ก็จะได้ช่องแสง 1 จุด เป็นหน้าต่างบานกระทุ้งบานกรอบสีดำ ตัวโถงบันไดด้านบนชั้น 3 คนข้างทึบแนะนำให้ติดตั้งโคมไฟตามทางเดินด้วยค่ะ พื้นจะปูไม้ลามิเนตทั้งชั้นค่ะ
 
 
ขึ้นมาจะเจอโถงแบ่งแยกห้องเป็น 3 ห้อง ไปดูห้องทางฝั่งซ้ายมือกันก่อน
 
 
ห้องทางฝั่งซ้ายมือนี้จะได้เป็นห้องนอนรองมีช่องแสง 1 จุด เป็นหน้าต่างบานเลื่อนคู่ บานกรอบอลูมิเนียมสีดำ ทางโครงการจัดมาให้ดูเป็นห้องเด็กอ่อนวางเตียงขนาดเล็กมาให้ดูเป็นตัวอย่างรอบด้านติดตั้งตู้เสื้อผ้าแบบ Built - in ระยะการใช้งานโดยรวมดูกว้าง ไม่อึดอัด 
 
 
อีกด้านของห้อง
 
 
กลับมาที่โถงบันไดด้านนอกแล้วจะไปดูในห้องน้ำกันต่อ ห้องน้ำชั้นนี้จะเป็นห้องน้ำที่ใช้ร่วมกันระหว่างห้องนอนทั้งสองห้อง โดยตัวห้องน้ำจะตั้งอยู่ตรงกลางระหว่าง 2 ห้องนอนค่ะ
 
ภายในห้องน้ำจะได้ชุดสุขภัณฑ์ครบชุด แยกส่วนแห้ง ส่วนเปียกโดยส่วนเปียกที่แยกออกไปนั้นจะแยกด้วยการก่อธรณีขึ้นมาแต่ไม่มี Shower Box มาให้แต่เราสามารถติดตั้งได้เองถ้าใครต้องการความเป็นสัดส่วนที่มากขึ้นค่ะ ขนาดห้องอาบน้ำอยู่ที่ประมาณ 0.80 x 1.2 เมตร ถือว่ากว้างพอให้ยืนอาบได้สบายๆ
 
 
เข้ามาในห้อง Master Bedroom ห้องนี้จะเป็นห้องนอนที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในบ้าน เป็นห้องทางฝั่งหน้าบ้าน ได้ระเบียงภายนอกและมีทางเข้าห้องน้ำจากในห้องนอนเลยค่ะ
 
ห้องนี้จะมีช่องแสง 2 จุด เป็นประตูบานเลื่อนเชื่อมต่อไปยังระเบียงและอีกจุดจะเป็นชุดหน้าต่างบานฟิกซ์และบานเลื่อนคู่บานกรอบอลูมิเนียมสีดำกระจกเขียวตัดแสงทั้งคู่
 
 
มาดูในส่วนของห้องนอนกันก่อน พื้นที่ห้องนอนทางโครงการวางเตียงขนาดคิงไซส์มาให้ดูเป็นตัวอย่าง พื้นที่ข้างเตียงทั้งสองฝั่งเหลือประมาณ 1 เมตร และ 80 ซม. ถือว่าเหลือค่อนข้างเยอะ สามารถที่จะวางตู้หัวเตียงได้สบายๆ หรือถ้าใครอยากจะวางโต๊ะวางของด้านข้างเตียงก็สามารถเพิ่มได้ค่ะ
 
 
พื้นที่ปลายเตียงจะสามารถจัดเป็นส่วน Walk - in Closet ได้ โดยทางโครงการได้จัดเป็นตู้เสื้อผ้าพร้อมโต๊ะเครื่องแป้งมาให้ดูมีพื้นที่การใช้งานเหลือค่อนข้างเยอะพอสมควร
 
อีกด้านของห้องจะเป็นประตูเชื่อมออกไปยังระเบียงด้านนอก พื้นที่ระเบียงด้านนอกก็ยังคงใช้เป็นที่สำหรับติดตั้งคอมพิวเตอร์เช่นกัน ขนาดระเบียงอยู่ที่ประมาณ 3.6 x 1 เมตร ถือว่ากว้างพอให้วางชุดโต๊ะกาแฟ หรือจะใช้เป็นที่วางราวตากผ้าก็ได้ค่ะ 
 
 
ติดกับพื้นที่เตียงอีกฝั่งจะเห็นประตู 2 บาน บานฝั่งซ้ายคือประตูออกไปยังโถงบันได และฝั่งขวาคือประตูเข้าห้องน้ำค่ะ
 
สรุป :
 
ทำเลที่ตั้งโครงการ : โครงการ Trio ร่มเกล้า ตั้งอยู่บนถนนร่มเกล้าฝั่งมุ่งหน้าแยกร่มเกล้า - รามคำแหงระหว่างซอยร่มเกล้า 6 และ ซอยร่มเกล้า 8 ถือว่าเป็นทำเลที่ออกมาชานเมืองแล้วค่ะ ทำเลนี้จะใกล้นิคมอุตสาหกรรมลาดกระบัง, สถานีรถไฟฟ้า Airport Link ลาดกระบัง, ทางด่วนมอเตอร์เวย์ พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นโรงงาน และบริษัทพวก Logistic มีรถใหญ่วิ่งผ่านไปมาเยอะ และเนื่องจากเป็นพื้นที่ชานเมือง อยู่ใกล้นิคม และยังพอมีที่ดินเหลือให้พัฒนา พื้นที่แถบนี้จึงดูมีอนาคตที่จะมีการพัฒนาเป็นพื้นที่รองรับการขยายตัวของเมืองและความอุดมสมบูรณ์จะมีเพิ่มขึ้นได้อีกในอนาคตค่ะ
 
ความอุดมสมบูรณ์ในระยะเดินจะมีเวิ้งร้านสะดวกของโรงงานแถวนั้นอยู่ห่างจากโครงการประมาณ 120 เมตร ภายในจะมีร้าน Lawson 108 และร้าน Tsuruha 2 ร้าน นอกจากเวิ้งตรงนี้ก็ต้องอาศัยขับรถออกมาไกลหน่อย โดยความอุดมสมบูรณ์ในวงกว้างส่วนใหญ่เป็นพวกตลาด ที่ใกล้โครงการที่สุดจะเป็นตลาดนัดสุวรรณภูมิค่ะ ส่วนห้างใหญ่ที่ใกล้โครงการที่สุดจะเป็น The Mall บางกะปิ, Paradise และ Seacon ศรีนครินทร์ และ The Mall รามคำแหง ค่ะ
 
การเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว : สะดวกที่สุดในเวลานี้ โดยถนนร่มเกล้านั้นหลักๆ เข้าได้จากสองทางคือถ้ามาจากพระราม 9 ก็เข้าจากถนนลาดกระบังหรือทางด่วนมอเตอร์เวย์โดยโครงการจะอยู่ใกล้ทางฝั่งถนนรามคำแหง อีกด้านมาจากโซนมีนบุรีคือมาจากถนนรามคำแหง - สุวินทวงศ์ นอกจากนั้นยังใกล้ทางด่วนนอกจากมอเตอร์เวย์จะมีทางด่วนถนนวงแหวนกาญจนาภิเษกที่จะช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการเดินทางที่สามารถวิ่งเข้าถนนรามคำแหง ไปเชื่อมเส้นลาดพร้าว เสรีไทย หรือออกมีนบุรี หนองจอก และถนนรามอินทราได้
 
การเดินทางด้วยรถสาธารณะ : การเดินทางด้วยรถสาธารณะที่สะดวกสำหรับตอนนี้จะเป็น Taxi ที่ผ่านหน้าโครงการตลอดค่ะ นอกจากนั้นก็จะมีรถประจำทางหลายสายและรถสองแถวสายร่มเกล้า - รามคำแหงผ่านไปมา หรืออีกตัวเลือกที่สะดวกเช่นกันคือ Airport Link โดยสถานีที่ใกล้ที่สุดจะเป็นสถานีลาดกระบัง
 
การออกแบบโครงการและวัสดุ : โครงการ Trio ร่มเกล้า เป็นโครงการ ทาวน์โฮม, โฮมออฟฟิศ และอาคารพาณิชย์ สไตล์โมเดิร์น ทั้งหมด 160 ยูนิต ในพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 15 ไร่ ลักษณะโครงการออกแบบมาเน้นทั้งผู้อยู่อาศัยทั้งแบบพาณิชย์และรองลงมาคืออยู่อาศัยทั่วไป ตัวโครงการไม่เน้นส่วนกลางเท่าไหร่ วัสดุที่ได้ถือว่ากลางๆ เหมาะสมกับราคาค่ะ โครงสร้างบ้านคอนกรีตเสริมเหล็ก พื้นสำเร็จรูป, ผนังก่ออิฐมอญ ฉาบปูนเรียบ ทาสี
 
ส่วนในห้องน้ำผนังจะกรุกระเบื้องเซรามิค, พื้นลานจอดรถโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก ปูด้วยคอนกรีตสแตมป์, พื้นในบ้านชั้นล่างปูด้วยกระเบื้องแกรนิตโต้ 60 x 60 ซม., ลานซักล้างคอนกรีตฉาบเรียบ, พื้นครัวปูด้วยกระเบื้องเซรามิค
 
พื้นชั้น 2 ปูด้วยกระเบื้องยาง 4 มม. ส่วนระเบียงปูด้วยกระเบื้องเซรามิค, ประตูภายนอกและหน้าต่างได้บานกรอบอลูมิเนียมสีขาว กระจกใส, ประตูภายในได้บาน HDF ทำสีขาว มือจับก้านโยก, บันไดโครงสร้าง คสล., ห้องน้ำแยกส่วนแห้งส่วนเปียก ได้สุขภัณฑ์ครบชุดของ Nahm และ American Standard
 
สิ่งอำนวยความสะดวก : ส่วนกลางของโครงการนี้มีแค่สวนสาธาณะขนาด 272.1 ตร.วา เท่านั้น โดยภายในสวนจะมีศาลาพักผ่อนและสนามเด็กเล่น ส่วนระบบรักษาความปลอดภัยจะใช้ Key Card Access ที่ประตูทางเข้าหลัก มี รปภ. 24 ชม. พร้อมกล้อง CCTV ทั้ง 2 ฝั่ง ถนนซอย 1 กว้าง 12 เมตร และถนนซอย 2 กว้าง 9 เมตร
 
ขอบคุณที่มาของข้อมูล : http://www.homenayoo.com



<< ย้อนกลับ